Thailand Street Show โอ้วว อลังการ

posted on 12 Dec 2009 21:09 by kantaweez
เมื่อวานนี้ 11/12/2009
 
เวลาบ่ายแก่ๆ หลังจากไปดูน้องๆ
 
เค้าตะลุ่งตุ้งแช่ที่งานกีฬาสี
 
แห่งสถาบันเก่า สมัยเด็กๆ
 
ความรู้สึกที่มันเริ่มหย่อนคล้อยไปตามหนังติ่งต่างๆ
 
เริ่มกระชุ่มกระชวย 
 
เมื่อมาเห็นรุ่นน้องตัวเล็ก กระโดดโลดเต้น
 
แข่งขันกีฬา
 
ครู อาจารย์เก่าๆยิ้มรับ ทักทายถามทุกข์สุข
 
โอ้ว
 
มันช่างสตรีทดีแท้
 
ช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่มันเลือนๆในช่วงที่ผ่านมา
 
ดุจมีน้ำอัมฤทธิ์มาซดเต็มๆจนอิ่ม
 
 
 

ขอบคุณหนูต่ายที่ชวนไปดูเด็กๆเล่นกีฬา
 
 
 
 
แล้วคุณว่ามั้ยครับ
 
ถ้าวันไหนมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น
 
มันก็จะมีสิ่งดีๆตามมาอยู่เรื่อยๆ
 
ตอนเย็น
 
เพื่อนชายนายหนึ่งนามพัดโบก โทรมาชวนไปงาน
 
 
 
 
โฉมหน้าชายโฉดทั้งสอง หน้ากึ่มไปเรียบร้อย
 
 
 
Thailand Streetshow @ Lumpini Park
 
 ตอนแรกก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่
 
รู้แค่อยากเจอเพื่อน
 
 จัดแจงนั่งรถไฟฟ้าไป
 
 
 

 ทางเข้าด้านโรงพยาบาลจุฬา
 
 
 
ถึงที่หมายเวลาสองทุ่มเศษได้
 
อื้ม
 
ของเล่นทั้งหลาย จักรยาน จานร่อน เพียบ
 
ตั้งเป้าไว้ ว่าน่าจะมีของอะไรซักอย่างจับไปขายในอีเบย์ได้
 
แต่พอเข้างานไปซักพัก เดินไปเดินมา
 
โชว์ต่างๆล้วนดึงดูดความสนใจ 
 
จากเป้าหมายเดิมที่จะหาของไปขาย
 
ตอนนั้นคิดแค่เพียงขอดื่มด่ำกับเวลาแห่งความตื่นเต้นก่อน
 
ธุรกิจไว้ว่ากัน
 
กายกรรม ละคอนใบ้ ดนตรี หุ่นเชิด
 
การแสดงต่างๆมากมายที่ล้วนแล้วหาดูได้ยากในบ้านเรา
 
เดินไปจุดไหนๆก็ล้วนแล้วมีแต่ผู้คนที่ชื่นชอบ
 
ในวัฒนธรรมที่เกิดจากมุมถนน (Street Culture)
 
อยู่แน่น จอแจไปหมด
 
ผมและเพื่อนโฉด ก็ตัดสินใจเดินไปปักหลักที่โชว์หนึ่ง
 
เปิดแผนที่ดู
 
 
 
สูจิบัตรงานนี้ 30 บาทถ้วน
 
 
ณ จุดที่เราได้ยืนอยู่
 
เป็นพื้นที่การแสดงของชายชาวญี่ปุ่น
 
นามว่า
 
TENSHOW
 
อื้ม

จากชื่อเสียงเรียงนามที่เขียนไว้ในสูจิบัตร
 
หมอนี่ไม่ธรรมดา ดีกรีแชมป์กรังปรีซ์
 
น่าจะกรังปรีซ์อะไรซักอย่างนี่แหละ
 
เป็นการแสดงละคอนใบ้ + มายากล
 
ที่มีของเล่นเยอะมาก ดนตรีก็ขับอารมณ์ได้ดี
 
ยืนดูไปดูมา คนเยอะขึ้น
 
การแสดงชักเข้มข้น ไม่ว่าหน้ากากบินได้ 
 
หรือการทำตัวเองให้อ่อนพลิ้วอะไรได้ขนาดนั้น
 
เผลอแป๊บเดียว
 
ราวยี่สิบกว่านาทีได้ จบโชว์
 
ของชายชาวญี่ปุ่นนาม TENSHOW 
 
เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่าอยากเล่นอะไรซักอย่าง
 
หรือทำอะไรซักอย่าง
 
ที่มันดูแล้ว
 
สร้างรอยยิ้มระคนงุนงงให้กับผู้คนที่ห้อมล้อมได้
 
ว่าแล้วก่อนจากไป
 
เดินไปชักภาพมา
 
 
แชะ!
 
 
คู่หูดุเอท
 
 
 
ก่อนจากไป ใจจริงๆก็อยากจะคุยอะไรกะพี่แกซักพักนะ
 
แต่ก็ แหม
 
ภาษาญี่ปุ่น
 
ไม่กระดิกเลยเรา
 
เลยเดินไปสะกิดหลังเค้า
 
พร้อมทิ้งประโยคไม้ตาย
 
พร้อม 2 Thumb up
 
และบอกว่า 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สุโค่ยยยยยยยยยยยยยย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
^^
 
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ps.
 
ที่เอามาเล่าโชว์เดียวเพราะหลังจากนั้นหมดเวลางานพอดี
 
เสียดายที่ไปช้า เนอะเพื่อน
 
 
 
 
ps.2
 
สังเกตได้ว่า นักแสดงส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นเยอะมาก
 
ยุโรปประปราย
 
ทำให้เห็นได้ว่า ประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนกิจกรรมพวกนี้
 
เป็นอย่างดี
 
ถ้าพี่ไทยเรา มีการสนับสนุนจริงๆจังๆบ้าง
 
เด็กไทยน่าจะมีอะไรให้ไประดับโลกได้อีกเยอะเนอะ
 
 
 
 
 
ps.3
 
พี่หัวทองเค้าพกสาวมาเต้นแทปโชว์ด้วยหละ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 12 Dec 2009 23:34:39 by Tummy

 
 
ดองมานาน ได้ฤกษ์ ปล่อย review ซะที
วันนี้ขอมาแบบแปลกๆ หน่อย เป็นสตรีทแบบอร่อยๆ
พอดีไปเจอร้านอาหารในหมู่บ้านมาร้านหนึ่ง
เป็นร้านอาหารเล็กๆ บรรยากาศสบายๆ
ที่ใช้ฝากท้องอยู่เป็นประจำอยู่แทบจะทุกวัน
 
 
" รุ้งทิพย์ โภชนา "
 
ชื่อเสียงเรียงนามของร้าน เค้าก็ได้มาจากชื่่อเจ้าของร้าน
เค้าชื่อน้ารุ้งน่ะแหละครับ เลยเล่นง่าย เอาเป็นชื่อร้านเลย
 
โดยรูปแบบของร้านก็จะเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ไม่ทั่วไป
มีการตกแต่งแบบ Retro + Mix & Match วัสดุที่หาได้ง่ายครับ
เช่น โต๊ะก็ต่อมาจากท่อนเหล็กและกระเบื้องเอง
หรือแผงเครื่องเสียง พ่อบ้านบ้านนี้ก็นั่งเชื่อมเองกะมือนะครับ
 
 

 
หน้าร้าน มองไปเห็นภาพอาโนลด์ + เอลวิส
 
 
ภายในร้านก็มีโต๊ะไว้ให้บริการทั้งหมด 4 โต๊ะ 
แล้วก็มีม้าหินภายนอก ไว้สำหรับนั่งตากลมสบายๆ
หรือจิบเบียร์เย็นๆ ยามอากาศเป็นใจ
 
จุดพิเศษในร้านนี้เห็นจะอยู่ที่ความเป็นกันเองของร้านซึ่งบริการ
ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ร้านนี้เป็นเหมือน
บ้านแม่เพื่อนที่ใจดี เอาไว้เฮฮาปาตี้ สังสรรค์กัน
หรือ มาเติมเต็มที่ว่างในท้องยามหิว
 

 
ภายในร้าน มองจากด้านหน้า มีคอมด้วย อิอิ
 
 
 
และัสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น 
มี Wireless Internet ไว้บริการลูกค้าที่พกคอมพิวเตอร์มา
แต่ถ้าไม่ได้พกมา ก็มีให้ใช้เหมือนกันครับ
 
และสำหรับลูกค้าที่รักเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ
ที่ร้านก็ให้ขอเพลงได้ จัดให้ได้ทุกแบบทุกสไตล์
จะเล่นสดเองก็มีกีต้าร์โปร่ง หรือ ไฟฟ้าไว้ให้เล่น
บางทีพ่อบ้านก็ลงมาขอแจมด้วยเหมือนกันนะครับ
 
 
แล้วก็มาถึงช่วงสำคัญ
มาร้านอาหาร
ถ้าไม่พูดถึงอาหารก็คงกระไรอยู่
 
อาหารที่ยกมาเขียน review เป็นอาหารที่
ชาวสตรีทอย่างผมกินแล้วรู้สึกถูกใจ
อีกอย่าง มีประโยชน์จากสมุนไพรไทยแบบครบสูตรวัฒนธรรมสตรีทเลย
พูดมากน้ำลายแตกฟอง
เอามาเลยดีกว่า
 
 

 
 
ยำตะไคร้กุ้งสด (ขออภัยที่ภาพเบลอ อร่อยจนมือสั่น)
 
 
ยำตะไคร้กุ้งสดครับ
ยำจากกุ้งสดๆ แต่งรสด้วยอะไรบ้างก็ไม่รู้
แต่เดาๆเอาน่าจะเป็นมะนาว น้ำปลา และอื่นๆนะครับ 55
เพราะรสชาด ออกเปรี้ยว หวาน และ เค็ม
คลุกเคล้าด้วยตะไคร้ และตบท้ายโรยหน้าด้วยใบโหระพา
หอม อร่อย พร้อมคุณประโยชน์ครบครัน
 
 
สรุปโดยภาพรวมแล้ว เป็นร้านอาหารในหมู่บ้านของผม
ที่ใช้บริการบ่อยที่สุดมากกว่าร้านอื่นๆ
เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและการบริการครับ
ชาวสตรีทอย่างเราก็ควรสนใจสุขภาพ
มองหาอาหารไทยดีๆ ไกล้ๆตัวเรา ทั้งผัก สมุนไพร
ดีต่อร่างกาย อีกอย่าง ดูเท่แบบชาวสตรีทรุ่นใหม่อีกด้วย
 
เพื่อนคนไหนอยากลองมาชิม หรือผ่านมา
อยากหาร้านนั่งสบายก็เชิญได้ที่
 
" รุ้งทิพย์โภชนา "
 
หมู่บ้านสมชายพัฒนา ต. บางโปรง อ. เมือง
จ. สมุทรปราการ 10270
เข้ามาภายในหมู่บ้าน จะอยู่ตรงปากซอยสี่ ทางฝั่งซ้ายมือนะครับ
สังเกตได้ไม่ยาก
 
สำหรับ entry นี้ อยากให้ดื่มด่ำกับอาหาร ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง
ของวัฒนธรรมของเราเช่นกัน
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับช่วงเวลาแห่งปลายปีที่กำลังจะมาถึงนี้
 
 
 
ปล. ที่ร้านเค้ารับซ่อมคอมด้วยนะ เค้าแปะไว้เล็กๆ
ปล.2 จริงๆร้านนี้ก็เป็นบ้านเจ้าของบล๊อคเองแหละครับ ^^ ซุ่มไว้
 
 

อากาศดี ๆ - Ar Kard Dee Dee - Nursery Sound
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันนี้ช่วงบ่ายๆได้มีโอกาสไปดู VAMPIRE TWILIGHT : NEW MOON มา หุหุ สังเกตดูจากหน้าโรงได้ว่า สาวๆเพียบเลยแฮะ  ไม่รู้มาดูหนังหรือมาดูไรกัน 55

 14.20 น. ได้เวลาเข้าโรงหนัง  แต่ขอยังไม่เข้าโรง เพราะขี้เกียจยืนขึ้นในโรงอีกรอบ ขอนั่งรอสบายๆอยู่หน้าโรงกะว่าซักยี่สิบนาทีโฆษณาจะจบ ไอเราก็นั่งรอดูคนเดินไปเดินมา ถือป๊อปคอร์นมาบ้าง ถือโค๊กมาบ้าง ถือมือถือแขนมาบ้าง โอ้แม่เจ้า ปาไปสามสิบกว่านาทีแล้ว เพลงสรรเสริญขึ้นมาซะที นี่หละนะ หน้าหนังเค้าโปรโมตไว้ดี (ไว้นานอีกตะหาก  คุณจำได้มั้ยว่ามีโปรโมตเรื่องนี้ที่โรงหนังก่อนหน้านี้กี่เดือน?) โฆษณามันก็เข้าเยอะยังงี้แหละ

ช่วงแรกๆของหนังนั้นเหมือนจะเป้นการรำเลิกความหลังต่างๆจากภาคที่แล้วที่มีทั้ง ออโต้บอท และ ดีเซปติค่อน มาผสมโรงกันมั่วซั่วไปหมด 55+ (ไม่ขอสปอยล์ดีกว่านะครับ) 

ดูไปสองชั่วโมงได้ครับ สรุปว่านี่คือขุนช้างขุนแผน + underworld เวอร์ชั่นนิยายยุโรปนี่เอง

จุดที่น่าสนใจและน่าฉงนใจไปพร้อมๆกันสำหรับตัวผมเองนี่ มีอยู่เพียงประเด็นเดียวครับว่านางเอกเนี่ย หรือ   น้องอิสเบนหล้า เนี่ยครับ ตกลงน้องเค้าแพ้ความขาวหรือแพ้ความล่ำ ตกลงก่อนจบภาคนี้น้องสาวยังเลือกไม่ได้ใช่มั้ยครับ ยังคงสองรักชั้นรับไม่ไหวอยู่

 

 

หนึ่งในความล่ำ
 
 

 

 

แต่ถึงอย่างไรก็ตามนะครับ ผมเชียร์ทีมพี่หมาป่าสุดล่ำของผมทั้งห้าท่าน ที่ออกมาแต่ละฉากนี่โอ้โห นึกว่าเอาทหารสปาตาร์มาเล่น แหมมมมมมมมมมมม มาเป็นทีม เปลือยท่อนบนเป็นทีม เร้าใจมาก นี่กระมังเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเห็นสาวๆเข้าโรงมาเยอะแยะในตอนแรก

 

 

 

หนึ่งในความขาว

 สำหรับในวันนี้ก็เพิ่งจะวันที่ 20 หนังเพิ่งจะเข้าได้เป็นวันที่สองเองนะครับ แถลงอะไรมากไปกว่านี้ก็กลัวจะอดเผยบางส่วนของหนังไปมากกว่านี้ไม่ได้  สรุปรวมแล้วดูสนุกได้เพลินๆดี สำหรับผมที่ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน ได้อารมณ์ความเท่ของบ้านค้างคาวจากภาคแรก และความแมน ดิบจากบ้านมีดบิน เอ้ย บ้านพี่หมา(ฮาาา) เพิ่มมามากขึ้น ดูมีจุดขัดแย้งและจัดหักเห ทั้งภายในและภายนอกของตัวละครเอกมากขึ้น 80 บาทถือว่าคุ้มครับ

 

 

ล่ำเป็นชุด  บร๊ะเจ้าาา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 ถ้าหากใน NEW MOON ระหว่างความขาวกับความล่ำนี่มันเลือกยากนัก เรามาดูในโลกของวัฒนธรรมสตรีทกันดีกว่า มองไปทางไหนก็เจอแต่รองเท้าสีขาว ใช่มั้ยหละครับ มีอยู่ช่วงหนึ่งผมนึกในใจว่าทำไมต้องสีขาว เอ หรือว่าใส่แบบวัยรุ่นอังกฤษที่ชอบใส่รองเท้าขาวแล้วจะดูอังกฤษขึ้นมา ก็ไม่น่าจะใช่ แค่การมองเท้าขาวๆแล้วจะดูเป็นสัญชาติอังกฤษมากขึ้น

 

 
จระเข้ ผงาดง้ำค้ำโลก ขาวที่หนึ่ง

 

ผมนั่งศึกษาหาข้อมูลอยู่ซักพัก และจากความคิดตัวเองกึ่งหนึ่ง จึงทราบว่า ไอรองเท้าที่มันสีขาวๆ เพลนๆเนี่ยแหละครับทำให้คนใส่ดู fasionable มากขึ้น เพราะรองเท้าสีขาวจะช่วยขับให้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ธรรมดาของคุณดูโดดเด่นขึ้น ดูเรียบ หรู ดูดี มีสไตล์มากขึ้นโขเลยทีเดียวครับ

 

 
swoosh เทพ ขาวที่สอง
 

 

Paul smith ขาวที่สาม เรียบหรู คุณหนูอังกฤษ

 

 

ขาวที่สี่ สุดรักของผม All Star never die never hide never say 555+

 

จะว่าไปแล้วรองเท้าสีขาวที่ใส่ๆกันก็เห็นมีอยู่หลายทรงไม่ว่าจะเป็นในทรงของรองเท้าสเกต จำพวก Nike dunk , SB  หรือว่ารองเท้าแบรนด์หรูๆเช่น Lacoste , paul smith หรือจะแบบดุๆ กรั๊นจ์หน่อยๆ ก็ Converse all star กันไปเลยครับ ดังเช่นคู่สุดโปรดที่ผมจะขอนำมาจำอวดในวันนี้ ผมเชื่อว่า ชาวสตรีททุกท่าน ต้องมีเจ้าConverse คู่ใจติดตู้ร้องเท้าอย่างน้อยๆก็คู่นึงแน่นอน ใช่มั้ยครับ ^^

 

 

 

ส่งท้ายกันกับ ตัวอย่าง NEW MOON ประกอบการตัดสินใจนะครับ โชคดี ^^

 

 

 

Run Run DMC!!

posted on 19 Nov 2009 16:07 by kantaweez

เมื่อวันก่อนไปเดินเล่นสยาม (จริงๆก็ไม่ได้เดินเล่นหรอกครับ แค่เดินผ่าน)  โดยปกติแล้วผมไปเวลาไปเดินตามแหล่งวัยรุ่น จะรู้สึกสนุกสนานเมื่อเห็นเด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้แต่วตัวกันสนุกจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ผมมีอะไรได้มองเพลินๆ

 และเมื่อวันเดียวกันนั้น ระหว่างๆเดินโต๋เต๋เรื่อยเปื่อย ก็เดินมองรองเท้าของวัยรุ่นทั้งหัวเกรียนไทยและไม่เกรียนไทยไปอย่างสนุกสนาน พอมาหยุดได้หน้าร้านอะไรก็ไม่รู้ซักอย่าง เพลงแว่วขึ้นมาคุ้นหู

My Adidas..
My Adidas..
My Adidas

 เอ นี่มัน Run DMC เจ้าพ่อฮิปฮอปรุ่น old school เลยนี่ ไม่ได้แอ่วมานานเพลงนี้ หัวใจมันกะตึกกะตัก มาย อดิดาส มาย อดิดาส มายอดิดาส มอง อดิดาส มอง อดิดาส มอง อดิดาส

 มองไปเรื่อยๆ ทำไมเดี๋ยวนี้ไปสยามมันหาอดิดาสยากจัง เจอแต่ NIKE , VAns , Lacoste อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด แต่พี่เบิ้มวงการสนีกเกอร์เราหละ

เรื่องนี้ทำเอาผมหนักอกหนักใจมาก กลับมาบ้านถึงกะต้องหยิบ Adidas Superstar คู่แรกในชีวิต ขึ้นมานั่งเพ่งพินิจพิจารณา ถึงรูปทรงที่มันไม่โดนใจวัยรุ่นหรือไร

 

 Adidas Superster RunDMC

 

 Run DMC ขาใหญ่ฮิปฮอป

 

ผมจำได้ว่าเมื่อก่อน ไอรองเท้าอดิดาสที่หัวรองเท้าเป็นทรงหอยเชลล์เนี่ย ฮิตมากในหมู่วัยรุ่น  ชาย หญิง ที่ไหนๆใส่กันหมด ความเท่ของ Superstar ขณะนั้นไม่เคยปราณีใคร ขนาดเจ้าพ่อฮิปฮอปตัวเอ้ยังเอาไปใส่กันทั้งวง เลย ไม่ใช่แค่ฮิปฮอปเท่าันั้น เมทัลเองก็ใช่ย่อย วง Korn เอาไปทำเป็นเพลง a.d.i.d.a.s ( ALL day i dream about sex ) คิดดูละกันหนูๆ ว่าใช่ย่อยซะเมื่อไหร่

KORN

 Beastieboy อีกวงหนึ่งที่เป็นสาวก รองเท้าสามขีด

 

วันไหนเพื่อนๆคิดถึงคืนวันหวานๆ ที่มีเจ้าสามขีดคู่ขาไปไหนมาไหน ลองเดินกลับเข้าไปในตู้รองเท้า เปิดเจ้าพ่อแก่คู่เดิมมาลองสวมอีกครั้งดูสิครับ ผมเชื่อว่า ความขลัง ความอลังการในแบบของsneaker และความเท่ สำหรับ adidas นั้น เป็นอมตะ ไม่มีทางเลือนหายไปอย่างแน่นอน

 

ทิ้งท้ายกัน กับความทรงจำในวัยหนุ่ม My Adidas  - Run DMC

 

 

 

^^

 

 

 

 

 

edit @ 19 Nov 2009 18:44:22 by Tummy

edit @ 19 Nov 2009 18:47:44 by Tummy

edit @ 19 Nov 2009 18:49:07 by Tummy

    
 
    ครั้งแรกกะบล๊อกใหม่ ไม่ขออรัมภบทอะไรให้ยืดยาว พูดด้วยเรื่องที่กำลังอินเทรนด์ในกระแสประจำวันกัน ผมก็ขอที่จะร่วมจอยประสบการณ์หอมหวานของเพื่อนสาวในกระแสอกหัก ของเพื่อนคนนี้หน่อยนึง
 
         ออนไลน์ msn เวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆ เพื่อนสาวผู้น่ารักของผมเข้ามากล่าวด้วยประโยคเปิดตัวสุดฮิต
 " มึง กุคิดถึงเค้าว่ะ" 
 
        โอ้ ให้ตาย กระทาชายคนนี้ ไม่ค่อยจะได้เป็นที่ปรึกษาเรื่องรักๆใคร่ๆกะใครซักเท่าไหร่ ลำพังตัวเองยังจะเอาชีวิตไม่รอด แต่เมื่อเห็นเพื่อนรัก จะต้องมาดิ้นตายคามือผู้ชายที่ทำเพื่อนเจ็บก็ต้องคอยปลอบประโลมกันไป
 
        คุยไปคุยมา สิบนาที ให้หลัง บทสนทนาเริ่มดุเดือด ว่าด้วยเรื่อง " รักคืออะไร  ?"
 
        สำหรับชาว street guy อย่างเราๆ อาจจะ Love is street
                         playboy                        >> Love is multiple choice
                         fucking machine       >>>>>Love is baby boomer
 
       ไม่ว่ารักจะคืออะไรก็ตาม   แต่มันก็เป็นสิ่งที่คนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นเพลบอย , ฟักกิ้ง แมชชีน , สาวโรงงาน , พนักงานออฟฟิศ , แม่มด หมอผี , ทหาร คุณครู , เด็กเห่อห ม - ยบางจำพวก , เด็กเห่ออะไรบางอย่างอีกบางจำพวก ,หรือแม้กระทั่งทอมแอนเจอรี่ ก็ไม่วายจะถวิลหาความรัก
 
       แล้วคุณล่ะ นิยามรึยัง ว่ารักของคุณคืออะไร
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
    
 
      credit pic@hollyheadmagazine
 
 
 
        และนี่ หนึ่งในความรักของผม กับเด็กสตรีทพันธุ์ไทย หัวใจอิคุ 555+ ซูเปอร์สตรีทแบรนด์จากแดนอิคุ    เจ้าเก่านะครับ A Bathing Ape ที่ปล่อยรองเท้าคู่นี้ออกมาถล่มทลายสาวก Bape อย่างผม
 
        สำหรับเจ้าลิงเถื่อนคู่นี้นะครับ มาในรุ่่น Bapesta หนังแก้วที่เคยโด่งดังข้ามโลก ข้ามชาติ เมื่อสองสามปีก่อน ในเฉดสีเหลืองปรี๊ดปร๊าดได้ใจวัยรุ่นผู้สดใสกร้านโลก ซึ่งด้านหลังของรองเท้าจะมีรูปหน้าเด็กชาย Spongebob ยิ้มร่าโชว์ฟันหลอตามสไตล์นะครับ  แต่ที่ผมรู้สึกถูกใจตงิดๆยังไงก็ไม่รู้ ไม่ใช่ตัวรองเท้านะครับ รู้สึกถูกใจกับกล่องรองเท้ายังไงก็ไม่รู้ เข้ากันดีกับทรงสี่เหลี่ยมรูปหน้าSpongbob จัง แหะๆๆใครอยากเห็นว่าใส่รองเท้าตราลิงเถื่อนแล้วหล่อยังไง ไปดู MV Heartbreaker @ Teriyaki boyz นะครับ   (ช่วงนั้นเค้าใส่ Bape กันทั้งวง - - ไม่ใช่สิ ทั้งตัวมากกว่า 55+)
 
 
 

edit @ 16 Nov 2009 20:00:44 by Tummy

edit @ 5 Feb 2011 10:28:06 by Tummy